วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คาร์บอน ฟุตพริ้นท์

คาร์บอน ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) คืออะไร



เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทีติดบนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้น เป็นการแสดงข้อมูลให้ผู้บริโภคได้ทราบว่า
ตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาในปริมาณเท่าไหร่ ตั้งแต่
กระบวนการหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน และการกำจัดเมื่อกลายเป็นของเสีย ซึ่งจะเป็นการสร้างความ
ตระหนักและสร้างการมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดปัญหาโลกร้อน
การวิเคราะห์คาร์บอนฟุตพริ้นท์ ใช้การประเมินวัฎจักรชีวิต (Life Cycle Assessment : LCA) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้ในการ
ประเมินศักยภาพของการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศ (Climate Change Potential) ที่เป็นผลมาจาก
การปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ รวมทั้งก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ โดยตลอดวัฎจักรชีวิตผลิตภัณฑ์และบริการ
 แสดงผลในเชิงปริมาณ คือ เทียบเท่ากับศักยภาพการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของก๊าซคาร์บอน
ไดออกไซต์เป็นกิโลกรัม (kg CO2 equivalent)
การแสดงข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จะสร้างความตระหนักให้กับผู้บริโภค รวมทั้งกระตุ้นให้ภาคการผลิตหาแนวทางการ
จัดการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ให้มากขึ้น เป็นแนวทางพัฒนาไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Society) ที่หลายประเทศกำหนดไว้

การแบ่งเซลล์

การแบ่งเซลล์




วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สิ่งมีชีวิต



สิ่งมีชีวิต
 ความแตกต่างระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตนั้นมีหลายประการ   ในการศึกษาทางด้านชีววิทยามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องสามารถแยกให้ได้ว่าสิ่งใดคือสิ่งมีชีวิตและสิ่งใดคือสิ่งไม่มีชีวิตเสียก่อน จึงสามารถศึกษาในขั้นต่อไปได้อย่างถูกต้อง 


ลักษณะที่สำคัญของสิ่งมีชีวิต ได้แก่
1. สิ่งมีชีวิตมีโครงสร้างและการทำหน้าที่อย่างเป็นระบบ (organization) 
2. สิ่งมีชีวิตมีการรักษาดุลภาพของร่างกาย (homeostasis)  
3. สิ่งมีชีวิตมีการปรับตัว (adaptation)  
4. สิ่งมีชีวิตมีการสืบพันธุ์และถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม (reproduction and heredity)
5. สิ่งมีชีวิตมีการเจริญเติบโตและพัฒนารูปร่าง (growth and development)
6. สิ่งมีชีวิตต้องการพลังงาน (energy) และสร้างพลังงาน
7. สิ่งมีชีวิตมีการรับรู้ต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้น (sensitivity)  

เนื่องจากสิ่งมีชีวิตมีจำนวนมาก จึงมีการจัดหมวดหมู่เพื่อง่ายต่อการแยก

ปัจจุบันมีสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการจำแนกชนิดประมาณ 2 ล้านชนิด โดยจำแนกออกเป็นอาณาจักร(Kingdom) ต่าง ๆกันถึง 5 อาณาจักร ซึ่งเป็นระบบที่นิยมกันมากที่สุดในปัจจุบัน
                            โดยการแบ่งตามลำดับชั้นจากกลุ่มใหญ่ที่สุดลงไปถึงชนิดดังนี้
อาณาจักร (Kingdom)
ไฟลัม (Phylum) ของสัตว์ หรือดิวิชัน (Division) ของพืช
ชั้น (Class)
อันดับ (Order)
วงศ์ (Family)
สกุล (Genus)
ชนิด (Species)

การจำแนกอาณาจักรสิ่งมีชีวิต ออกเป็น 5 อาณาจักรดังนี้
  1. อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)
  2. อาณาจักรเห็ดรา (Kingdom Fungi)
  3. อาณาจักรโพรทิสตา (Kingdom Protista)
  4. อาณาจักรพืช (Kingdom Plantae)
  5. อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia)
อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)

มอเนอราเป็นสิ่งมีชีวิตจำพวกเซลล์เดียวที่ไม่มีนิวเคลียส หรือไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส เรียกสิ่งมีชีวิตพวกนี้รวมๆ ว่า โพรแคริโอต (Prokaryote) ได้แก่ แบคทีเรีย และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน หรือไซอาโนแบคทีเรีย(cyanobacteria)

อาณาจักรเห็ดรา (Kingdom Fungi)
                เห็ดราเป็นสิ่งชีวิตที่เซลล์มีนิวเคลียสหรือมีเยื่อหุ้มนิวเคลียสเรียกว่า ยูแคริโอต (eukaryote) อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่เซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ ไม่มีคลอโรฟิลล์ สังเคราะห์อาหารเองไม่ได้ กินอาหารโดยสร้างน้ำย่อยแล้วปล่อยออกมาย่อยสารอินทรีย์จนเป็นโมเลกุลเล็กและดูดเข้าเซลล์ (saprophyte) ได้แก่ เห็ดและราชนิดต่างๆ

อาณาจักรโพรทิสตา (Kingdom Protista)
                โพรทิสตาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเซลล์ชนิดยูแคริโอต มีทั้งชนิดเซลล์เดียวและหลายเซลล์ ได้แก่ สัตว์เซลล์เดียว (protozoa) สาหร่ายต่างๆได้แก่ สาหร่ายสีเขียว สาหร่ายสีน้ำตาล สาหร่ายสีแดง สาหร่ายสีทอง เช่น ไดอะตอม

อาณาจักรพืช (Kingdom Plantae)
                พืชเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ เซลล์เป็นชนิดยูแคริโอต มีสารสีเพื่อการสังเคราะห์ด้วยแสงเรียกว่าคลอโรฟิลล์ ซึ่งมีหลายชนิด มีผนังเซลล์เป็นสาร เซลลูโลส สืบพันธุ์ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ มีวัฏจักรชีวิตแบบสลับ  (alternation of generation) 

อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia)
                สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ ประกอบด้วยเซลล์ชนิดยูแคริโอต การจำแนกเป็นไฟลัมต่างๆใช้ลักษณะสำคัญคือ จำนวนชั้นของเนื้อเยื่อ ช่องภายในตัว ปล้องขา ลำตัว ชนิดของท่อทางเดินอาหาร สมมาตร(symmetry) ของลำตัว ชนิดของระบบไหลเวียน และการพัฒนาของระบบอื่นๆ แบ่งออกเป็นสอง ซับคิงดอม(Subkingdom) คือ ซับคิงดอมพาราซัว (Parazoa) ได้แก่ฟองน้ำและซับคิงดอมเมทาซัว (Metazoa) ได้แก่สัตว์อื่นๆที่เหลือ ซึ่งแบ่งย่อยเป็นไฟลัมต่างๆมากถึง 30 ไฟลัมในปัจจุบัน แต่ที่สำคัญมี 10 ไฟลัม






    
 ความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม โดยการลำดับขั้นของการกินแบบต่าง ๆ ตลอดจนการหมุนเวียน ของสารแร่ธาตุและการถ่ายทอดพลังงาน จนทำให้เกิดองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต เรียกว่า ระบบนิเวศ
ประเภทของระบบนิเวศ 1) ระบบนิเวศพื้นดิน 
  2) ระบบนิเวศน้ำ

บทบาทของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ
ในระบบนิเวศสิ่งมีชีวิตจะมีบทบาทแตกต่างกัน ซึ่งสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ
1.ผู้ผลิต (Producer) เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างอาหารได้ 

2. ผู้บริโภค (Consumer) เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง ต้องได้รับ
อาหารโดยกินผู้ผลิต
3. ผู้ย่อยสลาย(Decomposer) เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตและได้พลังงานมาใช้ด้วย
การย่อยสลายอินทรีย์สารแล้วดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย 

ความสัมพนธ์
ในระบบนิเวศธรรมชาติสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์ต่อกันในเชิงระบบ ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
ซึ่งสามารถอธิบายความสัมพันธ์ที่มีต่อกันนั้นได้โดยผ่านทางกลไก 3 ประการ
 ได้แก่
1. ห่วงโซ่อาหาร คือ การกินกันอย่างเป็นลำดับขั้น 

2. การถ่ายทอดพลังงาน คือ การถ่ายทอดพลังงานจากอาหารการกินกันอย่างเป็นลำดับขั้น
3. วัฏจักรสารอาหารในระบบนิเวศ คือ ผลพวงที่เกิดมาจากการย่อยสลายของกลุ่มผู้ย่อยสลายในระบบนิเวศ 



วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

lab osmssis

การวัดความดันออสโมซิสโดยใช้เครื่องมือออสโมมิเตอร์

ตอนไข่

อุปกรณ์

1.ไข่ไก่ดิบ
2.หลอด
3.ขวดนม
4.เทียน
5.มีด
6.กรรไกร
7.ไฟแช็ค
8.น้ำ

วิธีการทดลอง
 1. แกะเปลือกไข่ส่วนล่างให้เห็นเยื่อหุ้มไข่ ระวังอย่าให้ไข่แตก 
 2.เจาะรูส่วนบนของไข่โดยขนาดรูพอดีกับหลอด
 3.ใส่หลอดลงไปในไข่ ความยาวประมาณครึ่งไข่
 4.ปิดรูด้วยนํ้าตาเทียน
 5.ใส่นํ้าในขวดนม แล้วนำไข่ที่ได้ตั้งบนปากขวด
 6.สังเกต และบันทึกผล


แกะเปลือก

ตอนเซลล์ว่านกาบหอย

ทดลองในนํ้ากลั่น และในนํ้าเกลือ ต้องใช้กล้องจุลทรรศ์

วิธีการทดลอง
1.นำเซลล์ว่านกาบหอยตั้งบนแผ่นสไลด์ จากนั้นหยดนํ้ากลั่น 1-2หยด ปิดด้วยแผ่นปิด
2.นำเซลล์วางบนสลิบ แล้วส่องด้วยกล้องจุลทรรศ์
3.สังเกตและบันทึกผล
4.นำเซลล์ว่านกาบหอยตั้งบนแผ่นสไลด์ จากนั้นหยดนํ้าเกลือ 1-2หยด ปิดด้วยแผ่นปิด
5.นำเซลล์วางบนสลิบ แล้วส่องด้วยกล้องจุลทรรศ์
6.สังเกตและบันทึกผล

ผลการทดลอง

เวลล์ว่ากาบหอยในนํ้ากลั่น

เซลล์ว่านกาบหอยในนํ้าเกลือ

สรุป
1.เซลล์จะมีสภาพต่างกันเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน
2.การออสโมซิส การแพร่ของนํ้า จากปริมาณนํ้ามากไปหาปริมาณนํ้าน้อย
3.นํ้าเกลือมีปริมาณนํ้าน้อย เมื่อมีการแพร่ ทำให้เซลล์เยื่อหุ้มเซลล์เหี่ยว
4.นั้ากลั่น มีปริมาณนํ้ามาก ทำให้นํ้่าเคลื่อนที่เข้าสู่เซลล์ และทำให้เซลล์เต่งตึง




น้องๆๆสามารถทดลองได้นะคร้าบบบ





วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การลำเลียงสารผ่านเซลล์

การลำเลียงสารผ่านเซลล์

การเคลื่อนที่ผ่านเซลล์ขึ้นอยู่กับสารที่เข้าไปในเซลล์จะใหญ่หรือเล็ก

การลำเลียงสารผ่านเซลล์ มี 2 แบบ ดังตัวอย่างภาพดังนี้





1.การลำเลียงสารมีแบบไม่ใช้พลัง (passive transport)
 passive transport ได้แก่

 1.การแพร่ (diffusion) --- --------------->การแพร่จากความเข้มข้นมาก ไปหาความเข้มข้นน้อย ข้นอยู่กับสถานะ อุณหภูมิ ความดัน
 2.ออสโมซิส(osmosis)............................>การแพร่ของนํ้าจากมากไปหาน้อย โดยแพร่ผ่านเยื่อ จะออสโมซิสได้ต้องเกี่ยวข้องกับสารละลาย ซึ่งมี 3ชนิด
 1.ไฮเปอร์โทนิก.............เข้มข้นกว่า
 2.ไฮปโทนิก...................เข้มข้นน้อยกว่า
 3.ไฮทนิก.......................สมดุลกัน
3. พาซีลีเทต------------------------------>เป็นการเคลื่อนที่ของโมเลกุลของสารจากความเข้มข้นสูง ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นตํ่า


2 การลำเลียงสารแบบใช้พลังงาน(.active transport)

active transport  ได้แก่
1.เอกโซไซโทซิส...................เป็นการลำเลียงสารขนาดใหญ่ออกจากเซลล์
2.เอนโดไซโทซิส....................เป็นการลำเลียงสารขนาดใหญ่เข้าสู่เซลล์ เอนโดไซโทซิสมีชื่อเรียกต่างๆว่า
1 ฟาโกไซโทซิส
2. ฟิโนไซโทซิส
3.Receptor


.............................เซลล์จะมีการเคลื่อนที่นำสารออกจากเซลล์ตลอดเวลา
  ..........ทั้งนี้เซลล์จะมีสภาพต่าง เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน.......................................












วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เซลล์


เซลล์
 เซลล์คือหน่วยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต

เซลล์มี 2 ชนิด ได้แก่


1.โพรคารีโอด--------------->เซลล์ชั้นตํ่า ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ไรโบโซมมีขนาดเล็กมาก 70s  พบในยูแบคทีเรีย และคาร์เคีย

 2.ยูคารีโอด------------------>เซลล์ชั้นสูง มีเยื้อหุ้มนิวเคลียส ไรโบโซมขนาด 80s  มีออร์แกเนลที่มีเยื้อหุ้มนิวเคลียส พบใน โปรติสต์ เห็ด รา พืช และสัตว์


ความแตกต่างระหว่างโพรคารีโอดและยูคารีโอด









ชนิดของเซลล์และหน้าที่

    
 1. เยื่อหุ้มเซลล์
ควบคุมการผ่านเข้าออกของสาร
        2. นิวเคลียสศูณย์ควบคุมกิจกรรมต่างๆภายในเซลล์
        3. ไรโบโซมสังเคราะห์สายพอลิเพปไทด์และโปรตีน
        4. เอนโดพลาสมิกเรติคูลัมขนส่งสาร
        5. กอลจิแอพพาราตัส (golgi apparatus)ขนส่งสาร บรรจุ สะสมโปรตีน
        6. ไลโซโซม (lysosome)
กำจัดของเสีย
      8. แวคิวโอล (vacuole)
สะสมอาหาร
        9. ไมโทคอนเดรีย (mitochondria)
สร้างพลังงาน  ATP
       10. คลอโรพลาสต์ (chloroplasts)
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

โครงสร้างภายในเซลล์

      



การเปรียบเทียบเซลล์พืชและเซลล์สัตว์
     
ลักษณะรูปร่าง ส่วนประกอบและหน้าที่ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ เปรียบเทียบเพื่อให้เห็นความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ ได้ดังนี้
                                 

รูปร่างเซลล์พืช
สีเหลี่ยม เนื่องจากมี cell wall หุ้มอยู่ เซลล์จึงมีรูปร่างที่แน่นอน

รูปร่างเซลล์สัตว์
 กลมๆๆ และกระจัดกระจาย  เพราะไม่มีเซลล์หุ้ม

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

lab....กล้องจุลทรรศ์


กล้องจุลทรรศ์


คือ.....กล้องที่ใช้ศึกษาโครงสร้างของเซลล์ หรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก 
..ภาพที่ได้จากกล้องจะได้ภาพเสมือนหัวกลับ


โครงสร้างของกล้องจุลทรรศ์มีดังนี้






วิธีการใช้
1.หมุนเลนส์ใกล้วัตถุ แล้วเลือกกำลังขยาย
2.นำแผ่นสไลด์ที่จะศึกษาวางบนแท่นวางวัตถุ
3.มองผ่านเลนส์ใกล้ตา
4.หากต้องการขยายหรือย่อ.ให้หมุนเลนส์ใกล้วัตถุจนเห็นภาพชัดๆๆ
5.สามารถปรับแสงด้วยการหมุนไดอะเฟรม

ตัวอย่างภาพจากกล้องจุลทรรศ์..ระหว่างเซลล์พืชกับเซลล์สัตว์

เซลล์พืชคือเซลล์ว่านกาบหอย
เซลล์ว่านกาบหอย สิ่งทีพบคือChoraplast,Guard Cell,Cell Wall,Cytoplasm

เซลล์สัตว์คือเซลล์เยื่อบุข้างแก้ม

เซลล์เยื่อบุข้างแก้ม สิ่งที่พบคือ Centrosome,Cyytoplasm,Lysosome,Ribosomes  



วิทยาศาสตร์........สนุกกว่าทีคิด...............